Uncategorized

สถิติจดทะเบียนรถรายเดือนและข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี (รวม EV และ ICE)

ประเทศไทยมีการจดทะเบียนรถยนต์จำนวนมากในแต่ละปี โดยกรมการขนส่งทางบกได้เผยแพร่ข้อมูลการจดทะเบียนรถรายเดือนและย้อนหลัง 5 ปี ซึ่งแสดงถึงความนิยมของยี่ห้อและรุ่นต่าง ๆ รวมถึงแนวโน้มของตลาดรถเก๋งและรถกระบะ การติดตามข้อมูลเหล่านี้สามารถให้ภาพรวมที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ ในตลาดรถยนต์ของประเทศไทย ยี่ห้อ Toyota และ Honda ยังคงครองความเป็นผู้นำ โดย Toyota Yaris Cross และ Honda City เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของรถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด จากข้อมูลการจดทะเบียนในช่วงปี 2023-2024 พบว่า Toyota Yaris Cross มียอดจดทะเบียนสะสมในปี 2024 สูงถึง 25,671 คัน ในขณะที่ Honda City มียอดจดทะเบียน 14,462 คัน ซึ่งบ่งบอกถึงความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบรถยนต์ขนาดกลางที่มีประสิทธิภาพในการใช้งานและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ Honda City ซึ่งเป็นหนึ่งในรถยนต์ยอดนิยมสำหรับการขับขี่ในเมือง มีการเติบโตอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงต้นปี 2023 โดยในเดือนสิงหาคม 2024 มียอดจดทะเบียนสูงถึง 1,310 คัน และ Toyota Corolla Cross ก็มียอดจดทะเบียนสูงขึ้นในช่วงเดียวกัน โดยในเดือนมกราคม 2024 มีการจดทะเบียน 1,522 คัน การเต

เปรียบเทียบโช้คอัพยอดฮิต ปี 2024 เลือกยี่ห้อไหนดี ?

เปรียบเทียบโช้คอัพยอดฮิต ปี 2024 เลือกยี่ห้อไหนดี? ระหว่าง Tokico, KYB, ACDelco เมื่อพูดถึงการเลือกโช้คอัพสำหรับรถยนต์ในปี 2024 แน่นอนว่ามีตัวเลือกมากมายที่ต้องพิจารณา ซึ่งแบรนด์ที่ได้รับความนิยมและเชื่อถือได้สูงสุดได้แก่ Tokico, KYB, และ ACDelco แต่แบรนด์ไหนจะเหมาะกับรถของคุณที่สุด? วันนี้เรามาดูข้อดีและข้อเด่นของแต่ละแบรนด์กัน! Tokico : อันดับ 1 ที่ผู้ผลิตรถระดับโลกเลือกใช้ เป็นโช้คอัพสมรรถนะสูงที่ผ่านการออกแบบ และทดสอบ จากประเทศญี่ปุ่นพัฒนาขึ้นเพื่อสนองตอบการขับขี่หลากหลายสไตล์ Tokico Standard Series โช้คอัพน้ำมัน, มินิสตรัทน้ำมัน, สตรัทน้ำมัน  เหนือมาตรฐานโช้คติดรถ เหมาะสำหรับผู้ใช้รถทั่วไปที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับช่วงล่างของรถยนต์ แต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มหนึบ และใช้ทดแทนโช้คอัพตัวเก่า ที่เสื่อมสภาพได้เป็นอย่างดี ครอบคลุมทั้งรถกระบะ รถตู้ SUV MPV และรถเก๋ง โช้คอัพแก๊ส, มินิสตรัทแก๊ส, สตรัทแก๊ส เหนือมาตรฐานโช้คติดรถ เหมาะสำหรับผู้ใช้รถทั่วไปที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับช่วงล่างของรถยนต์ ช่วยให้ยึดเกาะถนนได้ดี ตอบสนองการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว แม้ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง สมรรถ

รวมกลยุทธ์ลดต้นทุนการขนส่ง โลจิสติกส์

รวมกลยุทธ์ลดต้นทุนการขนส่ง โลจิสติกส์ การลดต้นทุนการขนส่งในโลจิสติกส์เป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งและการจัดการสินค้า การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มกำไรและสามารถแข่งขันได้ในตลาด วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการลดต้นทุนการขนส่งที่สามารถช่วยธุรกิจของคุณประหยัดต้นทุนได้ 1. การเลือกเส้นทางที่มีประสิทธิภาพ การเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพเป็นวิธีที่สำคัญในการลดต้นทุนการขนส่ง การใช้เทคโนโลยี GPS และระบบนำทางที่ทันสมัยสามารถช่วยให้คนขับเลือกเส้นทางที่สั้นที่สุดและรวดเร็วที่สุด ซึ่งจะลดการใช้น้ำมันและเวลาที่ใช้ในการขนส่ง 2. การบำรุงรักษารถบรรทุกอย่างต่อเนื่อง การบำรุงรักษารถบรรทุกอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดการสึกหรอและการเสื่อมสภาพของอะไหล่ ซึ่งจะลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและการหยุดชะงักของการขนส่ง การใช้อะไหล่คุณภาพสูงจะช่วยให้รถบรรทุกของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทนทาน 3. การจัดการโหลดและน้ำหนักบรรทุก การจัดการโหลดและน้ำหนักบรรทุกให้เหมาะสมจะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ การใช้รถบรรทุกที่มีน้ำหนักเบาและการกระจายน้ำหนักอย่า

กฎหมายรถบรรทุก 2567 ข้อบังคับและบทลงโทษล่าสุดที่คนมีรถบรรทุกต้องรู้

กฎหมายรถบรรทุกในปี 2567 การขนส่งทางถนนด้วยรถบรรทุกเป็นส่วนสำคัญของระบบโลจิสติกส์ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการขนส่ง กฎหมายรถบรรทุกจึงมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะอธิบายถึงข้อบังคับและบทลงโทษล่าสุดตามกฎหมายรถบรรทุก 2567 ที่เจ้าของรถบรรทุกทุกคนควรทราบ 1. ข้อกำหนดด้านน้ำหนักบรรทุก ข้อบังคับ: รถบรรทุก 6 ล้อ: น้ำหนักรวมไม่เกิน 15 ตัน (15,000 กิโลกรัม) รถบรรทุก 10 ล้อ: น้ำหนักรวมไม่เกิน 25 ตัน  (25,000 กิโลกรัม) รถบรรทุก 12 ล้อ: น้ำหนักรวมไม่เกิน 30 ตัน (30,000 กิโลกรัม) รถพ่วง 18 ล้อ: น้ำหนักรวมไม่เกิน 47 ตัน (47,000 กิโลกรัม) รถพ่วง 20, 22, 24  ล้อ: น้ำหนักรวมไม่เกิน 50.5 ตัน (50,500 กิโลกรัม) บทลงโทษ: ปรับไม่เกิน 50,000 บาท กรณีน้ำหนักเกินกว่า 20%: ปรับเพิ่มกิโลกรัมละ 1,000 บาท 2. เวลาห้ามวิ่งรถบรรทุก ข้อบังคับ: บนทางหลวง รถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป ห้ามเเวลา 06:00 – 09:00 น. และเวลา 16:00 – 20:00 น. เว้นวันหยุดราชการ รถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป ห้ามเวลา 06:00 -10:00 น. และ 15:00 – 21:00 น. เว้นวันหยุดราชการ รถบรรทุกถังขนก๊าซ,วัตถุไวไฟ ตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป และรถพ

5 จุดตรวจเช็กรถช่วงหน้าฝน ที่ผู้ขับขี่ต้องรู้!!

เช็กรถยนต์ช่วงหน้าฝน: 5 จุดสำคัญที่ผู้ขับขี่ต้องรู้เพื่อความปลอดภัย หน้าฝนเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ เนื่องจากสภาพถนนที่เปียกลื่นและทัศนวิสัยที่จำกัด การเตรียมพร้อมรถยนต์ของคุณจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง บทความนี้จะแนะนำ 5 จุดสำคัญที่คุณควรตรวจสอบก่อนขับรถในช่วงหน้าฝน 1. ใบปัดน้ำฝน: ปัจจัยสำคัญสำหรับทัศนวิสัยที่ดี ใบปัดน้ำฝนเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากในช่วงฝนตก หากคุณสังเกตเห็นสัญญาณต่อไปนี้ แสดงว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนแล้ว: ปัดกระจกไม่สะอาด ทำให้มองถนนไม่ชัด มีเสียงดังขณะใช้งาน ปัดแล้วสะดุดหรือกระตุก การเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนใหม่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดกระจกหน้ารถ ทำให้คุณมองเห็นถนนได้ชัดเจนยิ่งขึ้นแม้ในสภาพฝนตกหนัก 2. ระบบเบรก: ความปลอดภัยสูงสุดบนถนนลื่น ระบบเบรกที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการขับขี่บนถนนที่เปียกลื่น หากคุณพบอาการเหล่านี้ ควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสอบและเปลี่ยนผ้าเบรกทันที: เสียงดังผิดปกติเมื่อเหยียบเบรก ต้องกดแป้นเบรกลึกลงไปกว่าปกติ รถใช้ระยะเบรกยาวขึ้น การเปลี่ยนผ้าเบรกใหม่จะช่วยให้ค

ครม. อนุมัติยกเว้นค่าธรรมเนียมศุลกากรสินค้าผ่านแดนสำหรับรถบรรทุก 7 ประเภท

ครม. อนุมัติยกเว้นค่าธรรมเนียมศุลกากรสินค้าผ่านแดนสำหรับรถบรรทุก 7 ประเภท 300-500 บาท คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมในการให้บริการของศุลกากรที่เกี่ยวกับการผ่านแดน ตามมาตรา 102 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโลจิสติกส์และสนับสนุนการค้าการลงทุนทั้งในประเทศและภูมิภาค รายละเอียดการยกเว้นค่าธรรมเนียม การยกเว้นค่าธรรมเนียมครอบคลุมรถบรรทุกขนส่งสินค้า 7 ประเภท ดังนี้: รถกระบะบรรทุก (ค่าธรรมเนียมเดิม 300 บาท/คัน) รถตู้บรรทุก (ค่าธรรมเนียมเดิม 300 บาท/คัน) รถบรรทุก (ค่าธรรมเนียมเดิม 300 บาท/คัน) รถพ่วง (ค่าธรรมเนียมเดิม 500 บาท/คัน) รถกึ่งพ่วง (ค่าธรรมเนียมเดิม 500 บาท/คัน) รถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว (ค่าธรรมเนียมเดิม 500 บาท/คัน) รถลากจูง (ค่าธรรมเนียมเดิม 500 บาท/คัน) รายงานการจัดเก็บค่าธรรมเนียม กระทรวงการคลัง โดยกรมศุลกากร รายงานการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในการให้บริการของศุลกากรที่เกี่ยวกับการผ่านแดนประจำปีงบประมาณ 2565-2567 ดังนี้: ปี 2565: 64 ล้านบาท ปี 2566: 68 ล้านบาท ปี 2567:

คู่มือการบำรุงรักษารถบรรทุกสำหรับมือใหม่ เคล็ดลับและเทคนิคที่คุณต้องรู้

ความสำคัญของการบำรุงรักษารถบรรทุก การบำรุงรักษารถบรรทุกอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และยืดอายุการใช้งานของรถบรรทุก นอกจากนี้ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในระยะยาว และทำให้รถบรรทุกของคุณทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด การตรวจสอบรถบรรทุกเป็นประจำเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพื่อให้แน่ใจว่ารถอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน รายการตรวจสอบที่ควรทำประจำวันและประจำสัปดาห์ได้แก่: ประจำวัน: ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่อง ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็น ตรวจสอบสภาพยางและแรงดันลมยาง ตรวจสอบไฟสัญญาณและไฟเบรก ตรวจสอบกระจกและที่ปัดน้ำฝน ตรวจสอบเบรก ประจำสัปดาห์: ตรวจสอบและเติมน้ำมันเบรก ตรวจสอบระดับน้ำมันเกียร์และน้ำมันเพลา ตรวจสอบสายพานและระบบส่งกำลัง ตรวจสอบแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า การตรวจสอบระบบเบรก, ยาง, น้ำมันเครื่อง และระบบไฟฟ้า ระบบเบรก: ตรวจสอบสภาพผ้าเบรกและจานเบรก ดูว่ามีการสึกหรอหรือไม่ ฟังเสียงขณะเบรกเพื่อตรวจสอบความผิดปกติ และตรวจสอบระดับน้ำมันเบรกเป็นประจำ ยาง: ตรวจสอบแรงดันลมยางเพื่อให้ตรงกับค่ามาตรฐาน และตรวจสอบสภาพยางว่ามีการสึกหรอหรือมีร

เช็กเลย รอบการเปลี่ยนอะไหล่รถบรรทุก พร้อมชิ้นส่วนที่ควรเปลี่ยน

การบำรุงรักษารถบรรทุก รอบการเปลี่ยนอะไหล่สำคัญเพื่อความปลอดภัยและยาวนาน การบำรุงรักษารถบรรทุกเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสภาพและประสิทธิภาพของรถให้คงที่ การเปลี่ยนอะไหล่ตามระยะเวลาที่กำหนดจะช่วยให้รถบรรทุกของคุณทำงานได้ดีและปลอดภัยต่อการใช้งาน นี่คือรอบการเปลี่ยนอะไหล่สำคัญที่คุณควรรู้: ระยะ 10,000-15,000 กม. หรือ 6-12 เดือน น้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่อง อะไหล่แนะนำ: น้ำมันเครื่องแท้ตามรุ่นรถ, ไส้กรองน้ำมันเครื่องรุ่นมาตรฐาน ระยะ  30,000-60,000 กม. หรือ 12 เดือน ไส้กรองอากาศ อะไหล่แนะนำ: ไส้กรองอากาศแท้สำหรับรุ่นรถ ระยะ 120,000-160,000 กม. ถ่ายน้ำมันเกียร์, น้ำมันเบรก, น้ำหล่อเย็น อะไหล่แนะนำ: น้ำมันเกียร์, น้ำมันเบรก, น้ำหล่อเย็นมาตรฐานสำหรับรถบรรทุก ระยะ 20,000-30,000 กม. ตรวจเช็คสภาพผ้าเบรก ระยะ 60,000-100,000 กม. เปลี่ยนผ้าเบรก อะไหล่แนะนำ: ผ้าเบรกแท้สำหรับรถบรรทุก ระยะ 150,000-300,000 กม. เปลี่ยนจานดิสก์เบรก อะไหล่แนะนำ: จานดิสก์เบรกแท้สำหรับรถบรรทุก ระยะ 80,000-120,000 กม. หรือเมื่อดอกยางเหลือร่องลึก 2-3 มม. เปลี่ยนยางรถบรรทุก อะไหล่แนะนำ: ยางรถบรรทุกคุณภาพสูง, วัสดุทนทาน ระยะ

GPAutoparts ขายอะไรบ้าง?

อะไหล่รถยนต์แท้และอะไหล่ทดแทนสำหรับซ่อมบำรุงรถทุกประเภท อะไหล่รถยนต์แท้และทดแทนที่ครอบคลุมทุกระบบ GPAutoparts มีอะไหล่รถยนต์ครบทุกชิ้นส่วน ไม่ว่าจะเป็นอะไหล่แท้จากโรงงานผู้ผลิต หรืออะไหล่ทดแทนคุณภาพดีราคาประหยัด ที่ได้รับการคัดสรรจากแบรนด์ชั้นนำ เพื่อให้คุณเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการ อะไหล่เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ไส้กรองต่างๆ ลิ้นปีกผีเสื้อ หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง หัวเทียน คอยล์จุดระเบิด หม้อน้ำ ปั๊มน้ำ สายพาน ลูกรอก ปะเก็น ยางรองแท่นเครื่อง อะไหล่ระบบรองรับน้ำหนักและการขับเคลื่อน ลูกหมาก ปีกนก บูช โช้คอัพ คอยล์สปริง คันชัก คันส่ง แร็คแอนด์พินิเนียน ผ้าเบรก จานเบรก อะไหล่ตัวถัง อุปกรณ์ภายในและระบบไฟฟ้า ฝากระโปรง ประตู กันชนหน้า-หลัง กระจกมองข้าง กระจกบังลม ใบปัดน้ำฝน แอร์ คอนโซลรถ เรือนไมล์ วิทยุ แตร แบตเตอรี่ ไฟสัญญาณต่างๆ เข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัย สายไฟตัวถัง อะไหล่ระบบปรับอากาศและเคมีภัณฑ์ คอมเพรสเซอร์แอร์ คอยล์ร้อน คอยล์เย็น พัดลมระบายความร้อน น้ำมันหล่อลื่น จารบี สารหล่อเย็น น้ำมันเบรก เคมีภัณฑ์ทำความสะอาด   ที่ GPAutoparts เราพร้อมให้บริการ